บาคาร่า มีกี่แบบ

บาคาร่า มีกี่แบบ มีดังนี้

บาคาร่า

การเล่นบาคาร่า ท่านเคยรู้ไหมว่า บาคาร่า มีกี่แบบ ซึ่งความจริงแล้ว การเล่นบาคาร่านั้นมีอยู่หลายแบบแต่ที่เราๆรู้จักกันโดยทั่วไปก็คือที่เห็นตามเว็บไซต์ ที่มีการแทงกันแบบ PLAYER ,BANKER และ TIE แต่ส่วนใหญ่ก็จะมีการเล่นคล้ายๆกัน

แต่ก็จะมีจุดแตกต่าง ซึ่งการเล่นบาคาร่าในรูปแบบอื่น เซียนบาคาร่าไทยอาจจะพอได้รู้จักกันอยู่บ้าง แต่บางท่านก็อาจจะยังไม่ทราบว่าแท้ที่จริงแล้วเกมบาคาร่านั้นมีอยู่หลายแบบแต่ก็ยังใช้กฎพื้นฐานของ Baccarat ต้องการให้ผู้เล่นได้รับ posibble ที่ใกล้เคียงที่สุดถึง 9 ด้วยไพ่สองหรือสามใบ

ไม่มีตัวเลือกที่จับ ชุดการจับคู่การจับคู่จะไม่นับรวม เอซนั้นมีค่า 1 คะแนนและไพ่หน้าทั้งหมดจะนับเป็น 0 หากมือของคุณมีค่าเกินกว่า 9 การนับจะเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด หากผลรวมของไพ่สองใบน้อยกว่า 7ผู้เล่นมีสิทธิ์ขอไพ่ใบที่สาม

อย่างไรก็ตามหากผลรวมเป็นแปดหรือเก้าจำนวนที่สูงกว่าจะชนะ ตัวแทนจำหน่ายสามารถทำเช่นเดียวกัน เมื่อหงายไพ่ใบที่สามหงายขึ้นผู้ชนะจะถูกตัดสิน วันนี้จะมาบอกเล่าว่าบาคาร่าแท้ที่จริงแล้วไม่ได้มีอย่างเดียว เหมือนที่เราได้รู้กัน

ชนิดของบาคาร่า

บาคาร่า

1. Chemin de Fer
เป็นรุ่นภาษาฝรั่งเศสของ Baccarat ใน Chemin de Fer คือเจ้ามือการพนันวางเดิมพัน สิ่งที่ทำให้เกมนี้มีความแตกต่างจากเกมอื่นๆ คือความจริงที่ว่าผู้เล่นแข่งขันกันเองแทนที่จะเล่นกับดีลเลอร์

จากนั้นไพ่จะถูกแจกและผู้เล่นเดิมพันสูงสุดจะเล่นในกลุ่มนักพนันของเขา ในกรณีที่ไพ่ทั้งหมดมีค่าเท่ากับ 8 หรือ 9 พวกเขาจะพลิกไพ่ หากมือมีมากกว่า 9 เจ้ามือจะต้องจ่ายเงินเดิมพันให้ทุกคน

2. บาคาร่าบานเก้อ
ในรูปแบบ Baccarat Banque บทบาทของเจ้ามือจะถูกประมูลก่อนเริ่มเกม รูปแบบนี้มือข้างหนึ่งแจกให้ทางด้านซ้ายของโต๊ะและมือขวา

จากนั้นผู้เล่นจะต้องเลือกว่าจะวางเดิมพันที่ด้านข้างของโต๊ะหรือเดิมพันในมือทั้งสองข้าง ในกรณีนี้การเดิมพันจะถูกย้ายไปยังศูนย์กลางของตาราง อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เดิมพันในมือของดีลเลอร์

3. บาคาร่ายุโรป

มีความแตกต่างหลักสองประการที่ทำให้บาคาร่าของยุโรปแตกต่างจากบาคาร่าของอเมริกา ก่อนอื่นผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะยืนหรือจั่ว 5. เจ้ามือสามารถเลือกได้ว่าจะขอไพ่ใบที่สามหรือไม่ มือของนายธนาคารได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากคาสิโน

ตัวอย่างเช่นนายธนาคารมีให้กับ $ 1,500 หากผู้เล่นคนแรกเดิมพัน $ 1,000 และผู้เล่นคนที่สองเดิมพันที่เหลือ $ 500 ผู้เล่นคนอื่นจะไม่ได้รับโอกาสในการเดิมพัน ในกรณีที่ผู้เล่นเต็มใจที่จะครอบคลุมการเดิมพันของนายธนาคารเขาควรจะเรียก “banco” ซึ่งหมายความว่าผู้เล่นคนอื่นจะไม่ได้รับโอกาสในการเดิมพันในรอบนั้นอีกต่อไป

4. Punto Bunco

สามารถดำเนินการโดยดีลเลอร์คนเดียวที่รับผิดชอบการกระทำของเกม ตารางลักษณะของแบล็คแจ็คประเภทนี้จะพบได้ในคาสิโนเล็ก ๆ บาคาร่าประเภทนี้สามารถรองรับผู้เล่นได้สูงสุด 12 คนในแต่ละครั้ง ผู้เล่นควรเดิมพันกับผู้เล่น จากนั้นเจ้ามือวางไพ่ตามลำดับ

ดีลเลอร์จะเป็นผู้แจกไพ่ใบแรกจะถูกแจกให้กับผู้เล่นไพ่ใบอันดับที่สามสำหรับผู้เล่นและใบที่สี่สำหรับผู้เล่น เมื่อทั้งสองฝ่ายมีไพ่สองใบถึงเวลาที่ต้องพิจารณาว่าควรแจกไพ่ใบที่สามหรือไม่ สำหรับการจ่ายเงินนั้นการเดิมพันที่ชนะจะได้รับการจ่าย 1: 1 แต่คุณไม่ควรประมาทค่าคอมมิชชั่นที่คุณต้องจ่ายให้กับคาสิโนเช่นกัน

5. มินิบาคาร่า

ตามชื่อของมันหมายถึงตาราง Mini Baccarat มีขนาดเล็กกว่ามาตรฐานและการกระทำของเกมจะถูกเร่ง โต๊ะมินิบาคาร่า สามารถรองรับผู้เล่นได้สูงสุด 7 คน มี 6 พื้นที่บนโต๊ะ มินิบาคาร่า ซึ่งรวมถึงเขตเดิมพันเจ้ามือ

และเจ้ามือการพนันรองเท้ากล่องคอมมิชชั่นกองชิป ผู้เล่นมีพื้นที่การเดิมพันสามแห่งต่อหน้าพวกเขาวงกลมสีแดงที่พวกเขาสามารถวางชิปเพื่อเดิมพันผู้เล่นวงกลมสีเหลืองเพื่อเดิมพันที่ธนาคารและหมายเลขสีขาวที่บ่งบอกถึงการเดิมพันที่เสมอกัน

รูปแบบการเดิมพัน

1. วางเดิมพันในแบบ BANKER เป็นรูปแบบการแทงแบบมาตรฐาน ซึ่งผู้เล่นบาคาร่าส่วนใหญ่นั้นจะรู้จักกันทุกคนอยู่แล้ว นั่นก็คือการลงเดิมพันในช่องตารางของBANKER และถ้าหากชนะ ท่านจะถูกหักเงินกำไรไป 5% ตามมาตรฐาน เช่น ลูกค้าแทง BANKER 100 บาท หากได้รับรางวัล จะได้เพียง 95 บาทนั่นเอง

2. วางเดิมพันในแบบ PLAYER เป็นรูปแบบการแทงแบบมาตรฐานที่นักเล่นบาคาร่ารู็จักมากอีกรูปแบบหนึ่ง แต่การแทงของPLAYERนั้น หากลูกค้าแทงถูกจะมีอัตราการจ่าย 1 เท่า นั่นก็คือ แทง 100 ก็จะได้รับกำไร 100 นั่นเอง

3.วางเดิมพันแบบ  TIE เป็นรูปแบบการแทงที่มีโอกาสน้อย แต่ว่าก็มีอัตรในการจ่ายสูง กล่าวคือ ลูกค้านั้นได้แทงว่าผลแต้มของบาคาร่าในตานี้ จะออกมาเสมอกัน หรือทชมีแต้มไพ่ที่เท่ากัน หากทายถูกจะมีอัตราในการจ่ายถึง 8 เท่า เช่นลูกค้าแทง 100 จะได้กำไร 800 นั่นเอง

4. วางเดิมพันแบบ  PLAYER PAIR คือการที่ผู้เล่นนั้นแทงว่า ผลของแต้มไพ่ไพ่ 2 ใบแรก ในฝั่งPLAYER  นั้นจะมีแต้มที่ตรงกันหรือไม่ ซึ่งการแทงแบบนี้ จะไม่ให้ความสำคัญกับแต้มรวมทั้งหมด ว่าจะให้ผลแพ้หรือชนะ ส่วนอัตราการจ่าย จะจายที่ 11 เท่าเลยทีเดียว

5. วางเดิมพันแบบ BANKER PAIR นั่นก็คือผู้เล่นจะต้องทายว่า BANKER  โดยผู้เล่นจะต้องดูว่าผลไพ่ 2 ใบแรก จะมีแต้มที่ตรงกันหรือไม่ ซึ่งการแทงแบบนี้ จะไม่ให้ความสำคัญกับแต้มรวมทั้งหมด ว่าจะให้ผลแพ้หรือชนะ ส่วนอัตราการจ่าย จะจายที่ 11 เท่าเช่นกัน

ข้อคิดเห็นอื่นๆ

บาคาร่า

จากการได้ศึกษาบทความนี้ ผู้อ่านจะนั้นจะได้ทราบแล้ว่าการเล่นบาคาร่านั้นมีหลากหลายชนิด และรูปแบบการเดิมพันที่หลากหลายด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ก่อนการเริ่มเล่นบาคาร่า ทุกท่านควรที่จะศึกษาข้อมูล เงื่อนไขหรือกติกาในการเล่นบาคาร่าแต่ละชนิดให้เข้าใจเสียก่อน และมีสติทุกครั้งในการเดิมพัน งัดสูตรวิธีที่ได้รับรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ให้ได้นะคะ